กล้องถ่ายภาพโทรทัศน์ |
คืออุปกรณ์การผลิตรายการโทรทัศน์ที่มีความสำคัญที่สุดชิ้นหนึ่ง ส่วนอุปกรณ์อื่นๆ และเทคนิคการผลิตต่างก็อยู่ภายใต้อิทธิพลของกล้องและประสิทธิภาพการทำงานของกล้องที่จะเก็บภาพอันสำคัญมาจัดทำเป็นรายการ กล้องถ่ายภาพโทรทัศน์ในยุคปัจจุบันจะเป็นชนิดที่เรียกว่า Camcorder ซึ่งเป็นที่รู้จักแพร่หลายในวงการบันทึกภาพในช่วงเวลาเพียงสองทศวรรษมานี่เอง Camcorder ก็คือ Video Camera รวบกับส่วน Recorder เข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งแต่ก่อนนั้นการบันทึกภาพโทรทัศน์จะต้องใช้อุปกรณ์แยกสองส่วนคือส่วนของกล้อง และส่วนของตัวบันทึกที่เรียกว่า video tape recorder เมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้าขึ้นทำให้สามารถนำสองส่วนนี้เข้ามารวมไว้ด้วยกันเป็น Camcorder โดยลักษณะแล้ว Camcorder ประกอบด้วยส่วนสำคัญ 2 ส่วนคือส่วน Video Camera เป็นส่วนที่รับภาพเข้ามาในรูปของรายละเอียดของแสง เปลี่ยนเป็นสัญญาณทางอีเลคทรอนิคส์ สำหรับส่วน Video Tape Recorder จะเป็นส่วนบันทึกสัญญาณภาพไว้บนเนื้อเทป และส่วนประกอบอีกส่วนหนึ่งก็คือส่วนของ Viewfinder คือส่วนที่แสดงสัญญาณภาพที่ผ่านเข้ากล้อง โดยทั่วไป Viewfinder จะให้สีเป็นขาวดำ แต่ก็มีกล้องรุ่นใหม่ที่มีส่วนมองภาพเป็นจอ LCD ทำให้มองภาพเป็นสีได้ ซึ่งจะเป็นกล้องประเภท home use มากกว่า
|
ประเภทของ Camcorder และม้วนเทปที่ใช้
 |
- Standard VHS เป็นรูปแบบหนึ่งของ Camcorder ที่ใช้ม้วนเทปขนาดเท่ากับม้วนเทปที่ใช้กับเครื่องเล่นเทป VHS ขนาดความกว้างของเทป 0.5 นิ้ว ซึ่งสามารถบันทึกภาพได้นานที่สุดในบรรดา Camcorder ซึ่งบันทึกได้เท่ากับขนาดความยาวของม้วนเทปเช่น 3 ชั่วโมงเป็นต้น แต่คุณภาพของการบันทึกก็ต่ำที่สุดในจำนวน Camcorder คือมีจำนวนเส้นที่ 230-250 เส้นเท่านั้น จึงเป็นอุปกรณ์สำหรับใช้ในบ้าน ไม่สามารถใช้ผลิตรายการเพื่อการออกอากาศได้ แต่ข้อดีของ Camcorder ชนิดนี้ก็คือมีราคาถูกทั้งต้องกล้องและม้วนเทปที่ใช้งานอีกทั้งทันทีที่บันทึกภาพเสร็จ สามารถนำไป playback ได้ทันทีเพราะเหตุที่เครื่องเล่นเทปชนิดนี้ จะใช้กันแพร่หลายมากที่สุดตามบ้าน ดังนั้นการผลิตรายการที่จำหน่ายหรือบันทึกภาพยนตร์จำหน่ายจึงใช้เทปประเภทนี้
|
 |
- VHS-C มีลักษณะทางเทคนิคการบันทึกและคุณภาพของภาพเช่นเดียวกันกับ Standard VHS แต่แตกต่างกันตรงขนาดของม้วนเทปที่ใช้ คือมีขนาดเล็กกว่าเพื่อทำให้ตัวกล้องมีขนาดเล็กลงทั้งนี้เพื่อสะดวกในการนำไปใช้งาน ในการ playback สามารถนำม้วนเทป VHS-C ไปเล่นในเครื่อง Standard VHS ได้โดยใช้ Adapter ขนาดเท่าม้วนเทป VHS ธรรมดา เนื่องจากการทำให้ม้วนเทปมีขนาดเล็กลง จึงทำให้ความยาวในการบันทึกลดลงด้วย ซึ่งจะอยู่ที่ 30 จนถึง 45 นาทีเท่านั้น |
 |
- Super VHS มีลักษณะเช่นเดียวกันกับ Standard VHS หากแต่แตกต่างกันตรง จำนวนเส้นของภาพคือสูงขึ้นไปที่ 350 – 400 เส้น และมี resolution สูงกว่า ทำให้คุณภาพของภาพสูงกว่า standard VHS โดยทั่วไปตัว Camcorder จะสามารถบันทึกภาพได้ทั้ง Standard และ Super VHS เพียงแต่การเปลี่ยนม้วนเทปที่นำมาบันทึกและเปลี่ยน function เท่านั้น เพราะความแตกต่างอยู่ที่เนื้อเทปทีใช้ |
 |
- 8 MM. เป็นกล้องที่ใช้ม้วนเทปขนาด 8 มม. ขนาดม้วนเทปเท่าๆ กับขนาดของเทปบันทึกเสียงแบบ cassette camcorder ชนิดนี้ออกแบบขึ้นมาเพื่อให้กระทัดรัดพกพาไปได้สะดวก ระดับคุณภาพของภาพเทียบเท่ากับ standard VHS คือจำนวนเส้นประมาณ 270 เส้นแต่คุณภาพของเสียงจะดีกว่าเล็กน้อย การ playback สามารถใช้ตัว camcorder ทำหน้าที่เป็นเครื่องเล่น ต่อสายสัญญาณภาพและเสียงต่อเข้ากับ Monitor หรือเครื่องรับโทรทัศน์ก็สามารถ playback ได้โดยตัว Camcorder เอง |
 |
- Hi 8 มีลักษณะเช่นเดียวกันกับชนิด 8 MM. แต่สามารถให้ resolution ของภาพได้สูงกว่า คือมีจำนวนเส้น 400 เส้นซึ่งเท่ากับระดับของ SVHS ความยาวของเทปมีความยาวสูงสุดในการบันทึกได้ 120 นาที |
 |
- DVCAM เป็นโฉมใหม่ของ Camcorder ในรูปแบบ Digital ซึ่งการบันทึกภาพ บันทึกในรูปแบบข้อมูล digital ดังนั้นจึงให้รายละเอียดความคมชัดมากกว่า มีรายละเอียดของภาพสูงสุด รวมทั้งแทบไม่มีอัตราการสูญเสียสัญญาณในขณะถ่ายโอนสัญญาณ เหมาะแก่การใช้งานบันทึกภาพเหตุการณ์และงานสารคดีทั่วไป ม้วนเทปที่ใช้บันทึกเป็นแบบ Mind DVCAM Tape มีความยาวในการบันทึกอยู่ที่ 40 - 60 นาที นอกจากนี้ยังสามารถใช้กับ Memory Stick บันทึกภาพนิ่งได้ ในส่วนของความคมชัดภาพให้รายละเอียดได้ถึง 500 เส้นซึ่งเทียบเท่ากับ BetaCam จากการบันทึกภาพในแบบ digital ทำให้ Camcorder ชนิดนี้จะต้องมี port ที่สามารถต่อกับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เพื่อถ่ายทอดสัญญาณไปบันทึกไว้ในคอมพิวเตอร์ทั้งเพื่อการตัดต่อในรูปแบบ Non-linear และการบันทึกเป็น file ข้อมูลของภาพนิ่ง |

 |
- Betacam เป็นระบบที่พัฒนาขึ้นโดยบริษัทโซนี่ ในช่วงปี 1980 เป็นระบบที่ได้รับความนิยมใช้ทั่วโลกในวงการการผลิตรายการโทรทัศน์สำหรับการออกอากาศเพราะให้คุณภาพของของภาพได้ดีที่สุด จากการคิดค้นระบบนี้ขึ้นมาของบริษัทโซนี่ จนเป็นมาตรฐานของการออกอากาศ จากนั้นมา Beta ก็ได้เป็นกำเนิดระบบที่พัฒนาตามมาคือ Betacam SP (Superior Performance), Digital Betacam และ Betacam SX ระบบนี้ใช้ม้วนเทปที่เรียนกวา Betamax ความกว้างครึ่งนิ้ว มีความยาวม้วนเทปตั้งแต่ 20 นาที จนถึง 90 นาที เนื่องจากระบบนี้เป็นการใช้งานในลักษณะ Professional กล้องจึงมีระบบของการบันทึก Time code เพื่อใช้ในการลำดับภาพโดยบันทึก Time code ตั้งแต่การบันทึกภาพจากกล้อง Camcorder ในระบบ Betacam ที่พัฒนาล่าสุดปัจจุบันก็คือ Betacam SX ซึ่งเป็นการบันทึกแบบ digital สามารถบีบอัดข้อมูลบันทึกภาพเป็น MPEG2 ได้อีกด้วย |